Make your own free website on Tripod.com
::  กราฟฟิก  ::
::  หน้าหลัก  ::
::   ผู้จัดทำ  ::
::   บทเรียน   ::
:::::ฟังเพลง:::::  
:::::VDO:::::  
:::::แชท :::::  
:::::เว็บครูเอ็ด :::::  
แบบทดสอบก่อนเรียน

แบบทดสอบหลังเรียน

บทที่ 1 ธรรมชาติของภาษา

บทที่ 2 ลักษณะควรสังเกต
     บาง ประการในภาษาไทย

บทที่ 3 ระดับภาษา


บทที่ 4 ราชาศัพท์

-  ความหมายและความ
   สำคัญของ ราชาศัพท์

-  ที่มาของราชาศัพท์

-  ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ ้   คำราชาศัพท์
  
 
     
   

 
  .... เว็บของกระผมอยู่ระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม   อาจมีปัญหาเข้าไม่ได้เป็นบางครั้ง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยก็แล้วกันนะครับ....           
                   
   


สวัสดีครับ เมื่อท่านได้เข้ามาสู่เว็บไซต์ภาษาไทยนี้แล้ว

 ท่านจะได้รับสาระความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยในเรื่องของคำราชาศัพท์ว่าการใช้

ที่ถูกต้องเป็นเช่นไรและจะได้รับสาระความรู้ในเรื่องความหมาย

และความเป็นมาของคำราชาศัพท์


ภาษาไทย เป็นภาษาประจำชาติของคนไทย
        ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งทั้งยังมีลักษณะพิเศษเฉพาะไม่เหมือนกับภาษาอื่นใดใน
โลกเราทุกคนจึงควรรักษาภาษาไทยอัน เป็นมรดกทาง วัฒนธรรม ให้สืบทอดต่อกันมาจนถึง
คนไทยรุ่นใหม่ตลอดไป ภาษาไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงมาตลอดเวลา เพื่อให้เข้ากับ
แต่ละยุคแต่ละสมัย และยังรับเอาภาษาต่างประเทศอื่นๆ เข้ามาผสมกลมกลืนกับภาษาไทย
ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นภาษาของเราเอง ในการที่ไทยมีระเบียบประเพณีและวัฒนธรรม
อันดีงามนี้นั้นทำให้รู้จักนำภาษาไทยมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับฐานะของบุคคล
แสดงให้เห็นถึงความมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของภาษาไทย ไม่มีภาษาอื่นใดเสมอเหมือน
เพราะว่าในการนำมาใช้กับบุคคลแต่ละฐานะนั้น เราใช้คำในภาษาไทยไม่เหมือนกัน แม้ว่า
ความหมายจะเป็นอย่างเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ถ้าเป็นพระมหากษัตริย์และ
พระราชวงศ์ที่เราเทิดทูนเราก็มีภาษาไทยลักษณะพิเศษอีกชุดหนึ่งที่นำมาใช้ซึ่งเราเรียกว่า
ราชาศัพท์

ความหมาย

    ตามรูปศัพท์ หมายถึง ถ้อยคำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ ในปัจจุบัน คำราชาศัพท์หมายถึง
ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะที่ใช้ให้เหมาะกับฐานะของบุคคลในสภาพสังคมไทย ได้แก่
พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ พระภิกษุ ขุนนางข้าราชการ และสุภาพชน
    พระยาอุปกิตศิลปสาร (๒๕๓๓ : ๑๕๗) ได้ให้ความหมายของราชาศัพท์ว่า
“ศัพท์สำหรับพระราชาหรือศัพท์หลวง แต่ในที่นี้ให้หมายความว่าศัพท์ที่ใช้ในราชการ
เพราะในตำรานั้นบางคำไม่กล่าวเฉพาะสำหรับกษัตริย์หรือเจ้านายเท่านั้น กล่าวทั่วไปถึง
คำที่ใช้สำหรับบุคคลชั้นอื่น เช่น ขุนนาง และพระสงฆ์ เป็นต้นด้วย”

    จากการสันนิษฐานของ ม.ล. ปีย์ มาลากุล (๒๕๒๖ : ๑๗๓ - ๑๗๔) สรุปได้ว่า มูลราก
ของราชาศัพท์ คือศัพท์ที่จะใช้เมื่อกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ หรือกราบทูลพระราชวงศ์
ซึ่งเป็นบุคคลที่เคารพสูงสุด ตามธรรมเนียมไทยเมื่อกล่าวถึงพระองค์ หรือแม้แต่คนที่
ี่เคารพคารวะก็จะไม่กล่าวพระปรมาภิไธย หรือชื่อตรงๆ ดังนั้นเมื่อจะใช้ศัพท์ในการกราบ
บังคมทูล หรือกราบทูลจึงใช้ศัพท์ที่แตกต่างไปจากคำที่ใช้อยู่โดยทั่วไป สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็น
มูลเหตุแห่งราชาศัพท์ ศัพท์ก็ดี ถ้อยคำก็ดี ในชั้นต้นคงมุ่งหมายเพียงให้เป็นถ้อยคำ
สำนวนที่พระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์ทรงฟังได้     ต่อมาคงเนื่องจากการคลี่คลาย
ของภาษา ราชาศัพท์จึงขยายออกไป มีศัพท์สำหรับใช้กับพระ-ภิกษุ ข้าราชการ
และกว้างขวางออกไปจนถึงคำสุภาพ
กล่าวโดยสรุป ราชาศัพท์จึงหมายถึง
ถ้อยคำที่ใช้ให้เหมาะสมกับบุคคลในฐานะตำแหน่งต่างๆ กัน ๕ ชั้น ดังนี้
    ๑. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี
    ๒. เจ้านาย (พระบรมวงศานุวงศ์)
    ๓. พระภิกษุ
    ๔. ข้าราชการ
    ๕. คำสุภาพสำหรับบุคคลทั่วไป

     ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่สำคัญยิ่งของไทย จึงเป็นเรื่องที่คนไทยควร
ศึกษาและเรียนรู้ ชาคริต อนันทราวัน (๒๕๓๖ : ๘๗) ได้กล่าวถึงเหตุผลที่คนไทยควร
รู้เรื่องราชาศัพท์ สรุปได้ดังนี้
    ๑. คนไทยยังนิยมนับถือกันตามความลดหลั่นในทางชาติวุฒิ วัยวุฒิ และคุณวุฒิ
    ๒. วัฒนธรรมไทยแต่โบราณ เน้นเรื่องการใช้ถ้อยคำและความประณีตเรียบร้อยใน
การใช้ภาษาทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง
    ๓. ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ปกครองมาไม่น้อยกว่า ๗๐๐ ปี และเชื่อว่ากษัตริย
์คือเทวสิทธิ์แทนพระเป็นเจ้า
    ๔. ความสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมทางภาษาเพื่อดำรงความเป็นชาติไว้

ที่มาของราชาศัพท์

๑.รับมาจากภาษาอื่น
ภาษาเขมร เช่น เสวย เขนย เสด็จ โปรด ฯลฯ
ภาษาบาลี สันสกฤต เช่นเนตร หัตถ์ โอรส อาพาธ ฯลฯ

๒.การสร้างคำขึ้นใหม่ โดยการประสมคำ เช่น ตั้งเครื่อง ลูกหลวง ซับพระพักตร์ ฯลฯ

วิธีใช้ราชาศัพท์ที่ควรสังเกต

            .การใช้ “ทรง” มีหลัก ๓ ประการ

                        .๑นำหน้าคำกริยาสามัญทำให้เป็นกริยาราชาศัพท์ เช่น

ทรงเจิม  ทรงออกกำลังกาย ทรงใช้ ทรงวิ่ง เป็นต้น

                        .๒นำหน้าคำนามสามัญบางคำทำให้เป็นกริยาราชาศัพท์ได้ เช่น

ทรงดนตรี  ทรงช้าง ทรงเครื่อง  ทรงรถ เป็นต้น

                        .๓นำหน้าคำนามราชาศัพท์ทำให้เป็นกริยาราชาศัพท์ได้  เช่น

ทรงพระอักษร  ทรงพระดำเนิน ทรงพระราชนิพนธ์  ทรงพระราชดำริ เป็นต้น

            คำกริยาที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้วไม่ใช้ “ทรง” นำหน้า เช่น เสด็จ เสวย โปรด  เป็นต้น

            .การใช้คำ “พระบรม”   “พระราช”  “พระ”

                        .๑ คำ “พระบรม”ใช้เฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น
พระบรมราชานุเคราะห์ พระปรมาภิไธย พระบรมราโชวาท ฯลฯ

                        .“พระราช” ใช้นำหน้าคำนาม แสดงว่าคำนามนั้นเป็นของ
พระมหากษัตริย์  สมเด็จพระบรมราชินี  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เช่นพระราชานุญาต พระราชวโรกาส พระราชประวัติ  ฯลฯ

                        .๓ คำ “พระ” ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นอวัยวะ ของใช้ เช่น

พระนลาฏ  พระชานุ  พระขนง  ฯลฯ

            .การใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้องตามสำนวนไทย ไม่นิยมเลียนแบบสำนวนต่างประเทศ
ได้แก่

                        .๑ถ้ามาต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องใช้ว่า ประชาชนมา
เฝ้า ฯ รับเสด็จ   คำว่า
”เฝ้าฯรับเสด็จ” ย่อมาจาก”เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ”ไม่ใช้คำว่า”
ถวายการต้อนรับ
”

                        .๒คำว่า”คนไทยมีความจงรักภักดี” หรือ”แสดงความจงรักภักดี” ใช้ได้
แต่ไม่ควรใช่คำว่า
“ถวายความจงรักภักดี”

            .การใช้คำราชาศัพท์ให้ถูกต้องตามเหตุผล

                        .๑คำว่า “อาคันตุกะ” “ราชอาคันตุกะ” และ”พระราชอาคันตุกะ” ใช้ดังนี้
คือให้ดูเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ     เช่นแขกของพระมหากษัตริย์ ใช้คำว่า

”ราช”นำหน้า ถ้าไม่ใช่แขกของพระมหากษัตริย์ก็ไม่ต้องมี”ราช”นำหน้า

                        .๒ในการถวายสิ่งของแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                                    ถ้าเป็นของเล็กยกได้ก็ใช้ “ทูลเกล้าฯ ถวาย”

                                    ถ้าเป็นของใหญ่ยกไม่ได้ใช้ “น้อมเกล้า ฯ ถวาย”




ราชาศัพท์

เป็นคำสมาส ซึ่งเป็นภาษาบาลีและสันสกฤตรวมกัน ราช, ราชา + ศัพท์ = ราชาศัพท์ หมายถึง
คำเฉพาะใช้สำหรับเพ็ดทูลพระเจ้าแผ่นดิน
และเจ้านาย ต่อมาหมายรวมถึงคำที่ใช้กับพระภิกษุสงฆ์ ข้าราชการ และสุภาพชนด้วย
ส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าเป็นถ้อยคำภาษาที่ใช้กราบบังคมทูลกับพระมหากษัตริย์,
พระบรมวงศานุวงศ์ และพระมหากษัตริย์,
พระบรมวงศานุวงศ์ ใช้พูดกัน
ทำให้คิดว่าเป็นภาษาไทยอีกประเภทหนึ่งที่แยกออกไปจากภาษาไทยที่คนโดยทั่วไปใช้กัน
ความหมายของราชาศัพท์นั้น หมายรวมถึงศัพท์หรือถ้อยคำที่ใช้กับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
พระบรมวงศานุวงศ์, พระราชวงศ์
พระภิกษุ
ข้าราชการและสุภาพชนทั่วไป


คำราชาศัพท์
นั้นเป็นคำที่ตกแต่งขึ้นเพื่อให้มีความเหมาะสมและมีลักษณะพิเศษ สมควรใช้แก่ผู้ที่
เราเคารพนับถือ คำที่นำมาตกแต่งให้เป็นราชาศัพท์นั้นมีเฉพาะคำนามและคำกริยาเท่านั้น
โดยได้นำภาษาอื่นเข้ามาผสมผสานให้กลมกลืนกับภาษาไทย ดังจะกล่าวถึงลักษณะของ
คำราชาศัพท์ คือ
เป็นคำไทย


คำนาม
จะต้องมีคำว่า พระ, พระราชา นำหน้าเพื่อตกแต่งให้เป็นราชาศัพท์ เช่น พระเจ้าแผ่นดิน,
พระมเหสี, พระพี่นาง, พระเก้าอี้, พระฉาย,
พระสนับเพลา ฯลฯ
คำกริยา
จะต้องมีคำว่า ทรง นำหน้า คำนาม, คำกริยา เพื่อตกแต่งให้เป็นคำราชาศัพท์ เช่น ทรงสกี,
ทรงม้า, ทรงเล่นกีฬา ฯลฯ
เป็นคำประสม ได้แก่
คำไทยประสมกัน
เช่น รับสั่ง (พูด), ห้องเครื่อง (ครัว)
คำไทยประสมกับคำต่างประเทศ
เช่น น้ำพระทัย, รองพระบาท, ทอดพระเนตร, สนพระทัย, บั้นพระองค์
เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น ได้แก่
ยืมมาจากภาษาบาลี + สันสกฤต
โดยเติมคำว่า "พระ" หรือ "พระราช" เข้าข้างหน้า เช่น พระเนตร, พระพักตร์, พระนัดดา,
พระโอรส
ยืมมาจากภาษาเขมร
เช่น พระขนง (คิ้ว), พระศก, พระราชดำริ, เสวย, พระสรวล, ถวาย เป็นต้น


คำนามราชาศัพท์

ดังได้กล่าวในตอนต้นแล้วว่า ภาษาไทยมีลักษณะเด่นคือเป็นคำโดดๆ มีคำที่นำมาใช้น้อยมาก
จึงจำเป็นต้องนำคำจากภาษาอื่นมาประสม และเมื่อจะนำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์นั้นก็ใช้คำต่างๆ
มาประกอบลงไปข้างหน้าหรือข้างหลัง (ท้ายคำ) คำสามัญที่ต้องการใช้เป็นราชาศัพท ์
มีคำว่า "พระบรมราช" "พระบรม", "พระราช", "พระ", "ต้น", "หลวง", "พระที่นั่ง"
ดังมีวิธีการใช้ดังนี้

คำว่า "พระบรมราช" ใช้ประกอบหน้าคำสามัญสำหรับพระเจ้าแผ่นดินโดยเฉพาะ เช่น
พระบรมราชชนนี, พระบรมราชโองการ,
พระบรมราโชวาท เป็นต้น
คำว่า "พระบรม" ใช้ประกอบหน้าคำที่ใช้เฉพาะพระมหากษัตริย์ เช่น พระบรมฉายาลักษณ์,
พระบรมศพ ฯลฯ
คำว่า "พระราช" ใช้ประกอบหน้าคำที่ใช้เฉพาะพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี
เช่น พระราชโทรเลข, พระราชหัตถเลขา ฯลฯ
คำว่า "พระ" ใช้ประกอบหน้าคำสามัญที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์เพื่อ
ให้แตกต่างกับสามัญชน เช่น พระเก้าอี้, พระกร,
พระแท่น, พระชีพจร ฯลฯ
คำว่า "ต้น" ใช้ประกอบท้ายคำนามทั่วไป เพื่อแสดงว่าเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ เช่น
เครื่องต้น, ช้างต้น, เรือนต้น ฯลฯ
คำว่า "หลวง" ใช้ประกอบท้ายคำนามทั่วไป เพื่อแสดงว่าเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ เช่น
ลูกหลวง, ศาลาหลวง, วังหลวง, ม้าหลวง,
ช้างหลวง ฯลฯ ยกเว้น คำที่มี หลวง อันมีความหมายว่า ใหญ่ ไม่ถือว่าเป็นคำราชาศัพท์ เช่น
ทางหลวง, เมืองหลวง, สวนหลวง, กุ้งหลวง
คำว่า "พระที่นั่ง" ใช้ประกอบหน้าคำที่เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และแสดงว่าเกี่ยวข้อง
กับพระมหากษัตริย์ เช่น รถพระที่นั่ง,
เรือพระที่นั่ง ฯลฯ

ขอขอบคุณ
ขอขอบคุณ คุณครูสมบูรณ์ สิงหรา ที่ให้คำปรึกษาในการทำ งานชิ้นนี้ และขอขอบคุณข้อมูล
จากเว็บไซต์ ดังต่อไปนี้ ด้วยครับ
www.lib.ru.ac.th/book/termofreverence.html
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%
B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1
%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C
http://theyoung.net/language_thai/diction/index_diction.htm

 

 

 
 
top