Make your own free website on Tripod.com
::  กราฟฟิก  ::
::  หน้าหลัก  ::
::   ผู้จัดทำ  ::
::   บทเรียน   ::
:::::ฟังเพลง:::::  
:::::VDO:::::  
:::::แชท :::::  
:::::เว็บครูเอ็ด :::::  

บทที่ 1 ธรรมชาติของภาษา

บทที่ 2 ลักษณะควรสังเกต
     บาง ประการในภาษาไทย

บทที่ 3 ระดับภาษา


บทที่ 4 ราชาศัพท์

ภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย

-  ภาษาประกอบด้วยหน่วยเล็ก
  ซึ่งประกอบกันเป็นหน่วยที่
   ใหญ่ขึ้น

ภาษามีการเปลี่ยนแปลง

ภาษามีลักษณะที่เหมือน
   กันและ ต่างกัน
แบบทดสอบก่อนเรียน

แบบทดสอบหลังเรียน
  
 
 
       
   

 
        ....       เว็บของกระผมอยู่ระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม   อาจมีปัญหาเข้าไม่ได้เป็นบางครั้ง       ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยก็แล้วกันนะครับ....             
                     
   

ธรรมชาติของภาษา


          ภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อมนุษย์ เพราะเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เป็นหัวใจของการถ่ายทอด
ความรู้ ความเชื่อ คติธรรม และวัฒนธรรมของมนุษย์ มีข้อควรสังเกตเกี่ยวกับภาษาดังนี้

๑. ภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย
          เป็นการพูดเพื่อสื่อความหมายอย่างมีระเบียบกฎเกณฑ์ที่เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย
โดยใช้เสียง สัญลักษณ์เป็นสื่อ สำหรับในความหมายแคบ ให้ถือว่าเสียงพูด เป็นสื่อ ความหมาย
ทั้งนี้ เสียงกับความหมาย ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงกันของแต่ละกลุ่ม เช่น
คนญี่ปุ่น เรียกบ้านว่า คน, คนเขมร เรียก ผะผทะ (เผ-ตี-ยะห์) คนฝรั่งเศสเรียก
เมซอง แต่คำกับภาษาก็ยังมีส่วนสัมพันธ์กัน เช่น คำที่เลียนเสียงธรรมชาติ
          มนุษย์แต่ละชาติแต่ละกลุ่ม หรือแต่ละเผ่าจะมีการกำหนดเสียงที่ใช้สื่อสารกัน
เอสื่อความหมายเป็นภาษา ภาษาจึงเป็นสิ่งที่สังคมร่วมกันกำหนดขึ้น ที่จะให้เสียงใดมี
ความหมายอย่างใด ด้วยเหตุนี้ เสียงในภาษาแต่ละภาษาจึงต่างกัน เช่น เสียงในภาษาไทย
ประกอบด้วย เสียงพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์ ขณะที่ในภาษาอังกฤษจะ
ไม่มีเสียงวรรณยุกต์ เป็นต้น

๒. ภาษาประกอบด้วยหน่วยเล็ก ซึ่งประกอบกันเป็นหน่วยที่ ใหญ่ขึ้น
          หน่วยภาษาของมนุษย์สามารถเพิ่มจำนวนคำ หรือเปลี่ยนการเรียงคำได้เช่น
ใครไปหาให้ หาใครไปให้ ให้ใครไปหา ไปหาให้ใคร ใครหาไปให้ ให้หาใครไป ไปให้ใครหา
หาให้ใครไป ไปหาใครให้ ใครให้ไปหา ฯลฯ หรือเพิ่มการรวม ซ้อนกันของประโยค เช่น
- แม่ซื้อแหวน
- แม่ซื้อแหวนอยู่ที่ร้าน
- แม่ซื้อแหวนอยู่ที่ร้านที่ร้านขายเครื่องประดับ

๓. ภาษามีการเปลี่ยนแปลง
          ภาษามีการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนความหมาย เปลี่ยนคำที่ใช้
ร่วมกัน การได้รับอิทธิพลของภาษาอื่น

๓. ภาษามีการเปลี่ยนแปลง ตอน ๒ สาเหตุที่ทำให้ภาษาเปลี่ยนแปลง
          ธรรมชาติของการออกเสียง ในการพูดในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดลักษณะ
     ก. การกลมกลืนเสียง
     ข. การกร่อนเสียง
     ค. การตัดเสียง
     ง. การกลายเสียง
     จ. การเพิ่มเสียง
     ฉ. การสลับเสียง

 การกลมกลืนเสียง
          อย่างนี้ - ยังงี้
                    อย่างไร – ยังไง
                              อย่างนั้น - ยังง ั้น

การกร่อนเสียง
          ฉันนั้น – ฉะนั้น
                    หมากพร้าว – มะพร้าว

การตัดเสียง
          อุโบสถ – โบสถ์
                    ศิลปะ – ศิลป์

การกลายเสียง
          สะพาน – ตะพาน
                    สภาว – สภาพ

การเพิ่มเสียง
          ผักเฉด – ผักกระเฉด
                    ลูกดุม – ลูกกระดุม

การสลับเสียง
          ตะกร้า – กะต้า
                    ตะไก – กะไต

๔. ลักษณะภาษาทั่วโลก

1. สามารถสร้างศัพท์ใหม่จากศัพท์เดิม โดยอาจเปลี่ยนแปลงศัพท์เดิมหรือนำศัพท์คำอื่นมาประกอบ
กับศัพท์เดิม เช่น ภาษาไทยมีการประสมคำ ซ้อนคำ ซ้ำคำ ส่วนในภาษาอังกฤษมีการเติม
Prefix Suffix Infix เป็นต้น
2. มีสำนวนและมีการใช้คำในความหมายใหม่ เช่น ในภาษาไทยมีการใช้คำว่า “สีหน้า” ซึ่งมิได้
หมายถึงสีของหน้า แต่หมายถึง การแสดงออกทางดวงหน้า หรือในภาษาอังกฤษมีคำว่า
“hot air” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าอากาศร้อน แต่หมายถึงเรื่องไม่เป็นจริง เป็นต้น
3. มีชนิดของคำคล้ายกัน เช่น คำนาม คำขยายคำนาม คำกริยา คำขยายกริยา เป็นต้น
4. มีวิธีขยายประโยคให้ยาวออกไปได้เรื่อยๆ
5. มีวิธีแสดงความคิดคล้ายกัน เช่น ทุกภาษาต่างมีประโยคที่ใช้ถาม ปฏิเสธ หรือใช้สั่ง
6. ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา

ลักษณะที่เหมือนกัน
ลักษณะที่ต่างกัน
ทุกภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย โดยมีทั้งเสียงสระ และเสียงพยัญชนะ
ด้านเสียง เช่นภาษาอังกฤษ มีเสียง z, th ซึ่งภาษาไทยไม่มี
สามารถสร้างศัพท์ใหม่ จากการประสมของศัพท์เดิม
ด้านเสียง ภาษาไทยมีเสียงวรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา แต่ภาษาอื่น อาจจะมีหรือไม่มี
แต่ละภาษามีสำนวนใช้
ด้านไวยากรณ์ ภาษาไทย อังกฤษ มีการเรียงประโยคแบบ ประธาน กริยา กรรม แต่ในภาษาอื่นเช่น ภาษาญี่ปุ่น เรียงแบบ ประธาน กรรม กริยา

 

 

ขอขอบคุณ
ขอขอบคุณ คุณครูสมบูรณ์ สิงหรา ที่ให้คำปรึกษาในการทำ งานชิ้นนี้ และขอขอบคุณข้อมูล
จากเว็บไซต์ ดังต่อไปนี้ ด้วยครับ
http://www.eduzones.com/newsview.aspx?zone_id=2&type=1&id=1879
http://www.obec.go.th/news/_develop_media/news12/sakonnakorn/
wilaiwan_o/sec03p01.html
 
http://www.st.ac.th/bhatips/tip48/student48/radabpasa_
student48.html
http://www.st.ac.th/bhatips/tip47/th031101_47.pdf#search
=%22%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8
%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%
A9%E0%B8%B2%22
http://www.thaicadet.org/StudyOnline/Th-LevelLang.html
http://www.obec.go.th/news/_develop_media/news12/
sakonnakorn/wilaiwan_o/sec03p01.html
http://members.thai.net/tonzakung/nation_of_lang.ppt

   

 

top