Make your own free website on Tripod.com
::  กราฟฟิก  ::
::  หน้าหลัก  ::
::   ผู้จัดทำ  ::
::   บทเรียน   ::
:::::ฟังเพลง:::::  
:::::VDO:::::  
:::::แชท :::::  
:::::เว็บครูเอ็ด :::::  
แบบทดสอบก่อนเรียน

แบบทดสอบหลังเรียน
- การแบ่งระดับภาษา

- ปัจจัยที่กำหนดระดับของ
  ภาษา

- ลักษณะของภาษาระดับต่าง ๆ

บทที่ 1 ธรรมชาติของภาษา

บทที่ 2 ลักษณะควรสังเกต
     บาง ประการในภาษาไทย

บทที่ 3 ระดับภาษา


บทที่ 4 ราชาศัพท์

  
 
     
   

 
  .... เว็บของกระผมอยู่ระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม   อาจมีปัญหาเข้าไม่ได้เป็นบางครั้ง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยก็แล้วกันนะครับ....           
                   
   


ระดับภาษา


 ด้วยความสำคัญของภาษาที่กล่าวมา ผู้ใช้ภาษาจำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องภาษาให้ชัดเจน
โดยเฉพาะลักษณะสำคัญของภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารนั้น
มีลักษณะสำคัญที่ส่งผลต่อความเข้าใจสารหลายประการ เช่น
คำไทยบางคำที่ออกเสียงเหมือนกันและเขียนเหมือนกันอาจมีหลายความหมาย เช่น คำว่า "ฉัน"
ในประโยค ดังตัวอย่าง
     ประโยคที่ 1 ฉันกินข้าว
     ประโยคที่ 2 พระฉันข้าว

การแบ่งระดับภาษา
การแบ่งภาษาที่ใช้ในการสื่อสารอย่างกว้าง ๆ แบ่งได้ 2 ระดับ คือ
      1. ภาษาที่เป็นทางการหรือภาษาที่เป็นแบบแผน
      2. ภาษาที่ไม่เป็นทางการหรือภาษาที่ไม่เป็นแบบแผน
 การแบ่งภาษาที่ใช้ในการสื่อสารอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งได้ 3 ระดับ คือ
      1. ภาษาระดับพิธีการ หรือเป็นแบบแผน
      2. ภาษาระดับกึ่งพิธีการ หรือกึ่งแบบแผน
      3. ภาษาระดับไม่เป็นพิธีการ
 การแบ่งภาษาที่ใช้ในการสื่อสารอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น แบ่งได้ 5 ระดับ คือ
      1. ภาษาระดับพิธีการ คือ ภาษาที่ใช้สื่อสารในโอกาสที่เป็นพิธีการ เช่นการกล่าวเปิดงาน
      2. ภาษาระดับทางการ คือ ภาษาที่ใช้สื่อสารในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น การบรรยายทางวิชาการ
      3. ภาษาระดับกึ่งทางการ คือ ภาษาที่ใช้สื่อสารกันในเรื่องทั่ว ๆ ไป เช่นการอภิปรายกลุ่มย่อย การบรรยายในห้องเรียน
      4. ภาษาระดับสนทนาหรือไม่เป็นทางการ คือ ภาษาที่มักใช้ในการสนทนากลุ่มเล็ก ๆ ไม่เกิน 4-5 คน
      5. ภาษาระดับกันเอง คือ ภาษาที่ใช้ในการพูดจากันในกลุ่มผู้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน

     สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไทย คือ เรื่องระดับภาษา ที่จะ
ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ สมพร แพ่งพิพัฒน์(2547 : 27) แบ่งระดับของภาษาไว้ ดังนี้
     1. ระดับพิธีการ ภาษาระดับนี้ใช้สื่อสารกับในที่ประชุมที่จัดขึ้นอย่างเป็นพิธีการ เช่น
การเปิดประชุมรัฐสภา การกล่าวรายงานในพิธีมอบปริญญาบัตร การกล่าวสดุดี ฯลฯ ไม่มุ่งประโยชน์ที่จะให้ผู้รับสารได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น หากจะมีการกล่าวตอบก็ต้องกระทำอย่างเป็นพิธีการในฐานะผู้แทนกลุ่มเท่านั้น
     2. ระดับทางการ ภาษาระดับนี้มิได้มุ่งหมายที่จะให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการสื่อสารโดย
ตรงเช่นกัน ผู้ส่งสารมุ่งเสนอข่าวสารแนวคิดและทรรศนะไปสู่กลุ่มรับสารขนาดใหญ่ เช่น การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน การให้โอวาทต่อคณะบุคคล การเขียนบทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
     3. ระดับกึ่งทางการ ภาษาระดับนี้มักใช้ในการปรึกษาหารือกิจธุระระหว่างบุคคลหรือ
กลุ่มบุคคล มีการเปิดโอกาสให้ผู้รับสารมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้ส่งสาร ภาษาระดับนี้จะใช้กับการประชุมกลุ่ม การปรึกษางาน การวางแผนร่วมกัน การเขียนบทความแสดงทรรศนะในหนังสือพิมพ์ การเสนอรายการสารคดีกึ่งวิชาการ
     4. ระดับสนทนา อาจเรียกว่า ระดับกันเอง ภาษาระดับนี้มักใช้ในการสื่อสารกับเพื่อน
สนิท อาจมีถ้อยคำที่เคยใช้กันเฉพาะกลุ่มหรือเข้าใจความหมายตรงกันในกลุ่มเท่านั้น
     5. ระดับกันเอง ภาษาระดับนี้จะใช้ในวงจำกัด ใช้ระหว่างบุคลที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน
มากๆ สถานที่ใช้มักเป็นที่ส่วนตัว ถ้อยคำที่ใช้อาจมีคำสะแลง คำที่ใช้เฉพาะกลุ่ม ภาษาระดับนี้ไม่นิยมบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

ตารางเปรียบเทียบคำในภาษา
ที่ใช้ในระดับทางการกับไม่เป็นทางการ
ภาษาระดับทางการขึ้นไป
ภาษาระดับกึ่งทางการลงมา
โรงภาพยนตร์
ใบอนุญาติขับรถยนต์
หนังสือรับรอง
ช่องเดินรถประจำทาง
รถประจำทาง, รถโดยสารประจำทาง
ดวงตราไปรษณียกร
งานมงคลสมรส
บันได
สุนัข, สุกร, กระบือ
ถึงแก่กรรม
รับประทาน
ส่งจดหมายทางไปรษณีย์
ประทับตรา
ฌาปนกิจศพ
คลอดลูก
หลั่งน้ำพระพุทธมนต์
เปรี้ยวปาก
ขมจัด
อย่างนี้, อย่างนั้น, อย่างไร
เรื่องเรื่องนี้
โรงหนัง
ใบขับขี่
ใบรับรอง
บัสเลน
รถเมล์
แสตมป์
งานแต่งงาน
กระได
หมา, หมู, ควาย
เสีย, สิ้น, ตาย
กิน, หม่ำ
ทิ้งจดหมาย
ตีตรา
เผาศพ
ออกลูก
รดน้ำแต่งงาน
เปรี้ยวจี๊ด
ขมปี๋
ยังงี้, ยังงั้น, ยังไง
เรื่องอันนี้

ตัวอย่างภาษาระดับพิธีการ
     ตัวอย่างจากคำกล่าวรายงานของศาสตราจารย์ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายก-ราชบัณฑิตยสถาน ความว่า

     กราบเรียน ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
        ในนามของราชบัณฑิตยสถาน กระผมมีความปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่าน
     ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้กรุณามาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองวันสถาปนา
     ราชบัณฑิตยสถานครบ 70 ปี ในวันนี้ ทั้งได้กรุณารับแสดงปาฐกถาพิเศษ ในเรื่อง
     "ความเป็นคนไทยด้วยจิตวิญญาณ" อีกด้วย
        นับตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย -
     ราชบัณฑิตยสถาน ฉบับแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2476 วันที่ 31 มีนาคม จึงถือ
     เป็นวันสถาปนาราชบัณฑิตยสถาน นับแต่นั้นมาจวบจนวันนี้ ราชบัณฑิตยสถานยังคง
     ยึดมั่นในหน้าที่ให้ความสนับสนุนเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตให้มีโอกาสสร้างองค์ความรู้
     เป็นสรรพวิชาให้เกิดคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน แก่ประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด
     โดยเฉพาะการพัฒนาบทบาทในการให้ความเห็น คำปรึกษา และปฏิบัติการเกี่ยวกับ
     วิชาการตามความประสงค์ของรัฐบาล นับเป็นองค์กรแห่งความรู้ที่มีศักยภาพสูงสุด
     องค์กรหนึ่ง
        ปัจจุบันราชบัณฑิตยสถานมีราชบัณฑิต ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
     โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 83 คน ภาคีสมาชิก 75 คน กรรมการวิชาการผู้ทรง
     คุณวุฒิ จากภาครัฐและภาคเอกชน 685 คน เจ้าหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน 94 คน
     ร่วมกันดำเนินงานสร้างสรรค์องค์ความรู้ในวิทยาการด้านธรรมศาสตร์และการเมือง
     วิทยาศาสตร์ และวรรณศิลป์ ทั้งในด้านงานค้นคว้าวิจัย งานบัญญัติศัพท์
     งานพจนานุกรม งานสารานุกรม งานอักขรานุกรม งานอนุกรมวิธาน และงานกำหนด
     มาตรฐานและหลักเกณฑ์ทางภาษา มีคณะกรรมการวิชาการรวม 44 คณะ และได้ใช้
     เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการจัดการและพัฒนาฐานข้อมูลทางวิชาการสาขาต่างๆที่ได้
     สร้างสรรค์มาตลอดเวลา 70 ปี และที่กำลังจัดทำอยู่ในปัจจุบันให้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
     เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและสอบค้นข้อมูล ทั้งยังมีการให้บริการข้อมูลแก่
     หน่วยงานราชการและประชาชนผ่านทางเว็บไซด์ของราชบัณฑิตยสถานโดยไม่คิด-
     ค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
         ความเป็นปราชญ์แห่งแผ่นดินของสมาชิกแห่งราชบัณฑิตยสถาน มิได้มีเพียงงาน
     ที่ทำให้แก่ราชบัณฑิตยสถานดังกล่าวข้างต้น แต่บุคคลเหล่านี้ยังคงปฏิบัติงานให้แก่
     หน่วยงานที่ตนสังกัด ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน งานส่วนตน และที่สำคัญยิ่ง คือ
     ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกจำนวนหนึ่งได้มีโอกาสสนองงานตามรอยพระยุคลบาททั้งโดย
     ทางตรงและทางอ้อม เช่นงานในโครงการตามพระราชดำริต่างๆในวิชาที่ตนเชี่ยวชาญ
         การจัดงานฉลองวันสถาปนาราชบัณฑิตยสถานครบ 70 ปี ครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นที่
     การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการในประเภทวิชาและสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งความรู้อันเป็น
     สหวิทยา เป็นโครงการต่อเนื่องตลอดปี โดยได้รับความสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน
     ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กรุณาให้ความ
     สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนสามล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ
     กรุณาให้ความอนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่ในการจัดพิธีเปิดงานและจัดอภิปรายทางวิชาการ
     เป็นปฐม
        บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว กระผมขอกราบเรียนเชิญ ฯพณฯประธานองคมนตรี
และรัฐบุรุษ เปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษ ณ บัดนี้(www.royin.go.th)

ตัวอย่างภาษาระดับทางการ
     ตัวอย่างบางตอนจากบทความเรื่องวัฒนธรรมกระฎุมพีในวรรณกรรมต้นรัตนโกสินทร์
ความว่า

        … ในบทนี้เราจะพิจารณาบางส่วนของระบบค่านิยมของพวกกระฎุมพี
     ซึ่งเป็นชนชั้นนำของสังคมไทย นับตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา อันแสดง
     ออกไว้ในวรรณกรรมของพวกตนเอง และอาศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นนำ
     และประชาชนทั่วไป ได้กระจายระบบค่านิยมของตน โดยผ่านวรรณกรรม
     ลงมายังชนชั้นเบื้องล่าง ยิ่งในสมัยต่อมา เมื่อการสื่อสารมวลชนและการพิมพ
     แพร่หลายขึ้นในประเทศ ระบบค่านิยมของกระฎุมพีเหล่านี้ก็จะยิ่งแพร่กระจาย
     ไปได้กว้างขึ้น ฝังแน่นอยู่ในวรรณกรรมที่ถูกยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมประจำชาติ
     … (นิธิ เอียวศรีวงศ์. 2527 : 217-218)


ตัวอย่างภาษาระดับกึ่งทางการ
     ตัวอย่างจากบทความเรื่อง ฤาจะถึงวันสิ้นโลก ในคอลัมน์ Eco Watch ความว่า

        … หนังเรื่องนี้มีโครงเรื่องหลักอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก
     ในองค์รวม อันเป็นผลพวงจากปฏิกิริยาเรือนกระจก หรือ green house effect
     ซึ่งเกิดจากน้ำมือมนุษย์โลกอย่างเราๆทั้งนั้น ไม่ว่จะเป็นการเผาไหม้เชื้อเพลิง
     ให้เกิดความร้อนและควันลอยขึ้นไปเกิดเป็นชั้นห่อหุ้มโลกไว้ ส่งผลให้รังสี
     ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลกสะท้อนกลับออกไปในห้วงอวกาศไม่ได้
     โลกเลยกลายเป็นเตาอบยักษ์ที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ … (ชาธร สิทธิเคหภาค ,2547,112 )

ตัวอย่างภาษาระดับสนทนา
     ตัวอย่างภาษาระดับสนทนาจากบทความเรื่องเขาอีโต้ สถานีความมันเชิงเขาใหญ่
ในคอลัมน์ BikeLine ความว่า

         ความตั้งใจในการเดินทางของผมครั้งนี้อยู่ที่การหาเส้นทางซอกแซกไปที่
     น้ำตกเหวอีอ่ำของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่ความตั้งใจมิเป็นผลเมื่อเจ้าหน้าที่
     อุทยานฯที่หน่วยพิทักษ์ป่าคลองเพกาปฏิเสธอย่างนิ่มนวลว่า ไม่สามารถอนุญาต
     ให้ขึ้นไปปั่นจักรยานได้ เนื่องจากยังไม่มีนโยบายให้ปั่นจักรยานขึ้นไปเที่ยวน้ำตก-
     เหวอีอ่ำ ซึ่งคงจะต้องรอไปอีกพักใหญ่ๆ เพราะอยู่ในช่วงสำรวจจัดทำเส้นทาง
     โดยทางอุทยานฯมีแนวคิดที่จะเปิดให้จักรยานเสือภูเขาขึ้นไปอยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่
     ยังไม่ทราบ เป็นคำปฏิเสธที่นุ่มนวล เราจึงได้แต่น้อมรับโดยดี … (หมูหวาน,2547, 72 )

ตัวอย่างภาษาระดับกันเอง

         ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แต่เมธวินกับกีตาร์ - ศิริพิชญ์ ก็ยังจบ
     โทจุฬา เข้ารับปริญญาวันศุกร์นี้ … เอ้า เพื่อนฝูงไปแสดงความยินดีได้
     (ไฮไฟ,2547,หน้า 37)


     หรืออาจแบ่งระดับภาษาเป็น 3 ระดับ ดังนี้
     1. ระดับทางการ การใช้ภาษาระดับนี้จะคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมเป็น
สำคัญ รวม ทั้งคำนึงสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย เช่น การประชุม การกล่าวสดุดี
การเขียนข้อความเทิด -พระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ เป็นต้น
ตัวอย่าง การใช้ภาษาระดับทางการที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์
        นับแต่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงราชาภิเษกกับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 พุทธศักราช 2493
ตราบจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อพระบรมราชจักรีวงศ์
เพื่อประเทศชาติตลอดจนประชาชน เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดมา …
(กุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ,คุณหญิง., 2547 ,หน้า 10)
หรือ ศัพท์ที่ใช้กับพระสงฆ์
        ศาสตราจารย์ นพ.เทพ หิมะทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพธารินทร์
จัดพิธีพราหมณ์และนิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกษ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ..
(วันรับเชิญ,2547,หน้า 15)

     2. ระดับกึ่งทางการ การใช้ภาษาระดับนี้จะลดความเป็นทางการลงมา เป็นการใช้ภาษา
ที่สุภาพเหมาะสมกับกาลเทศะ ไม่เน้นความเป็นพิธีการมากเกินไป เช่น การสัมภาษณ์
ดารานักร้อง การเขียนสารคดีท่องเที่ยว เป็นต้น

     ตัวอย่างการใช้ภาษาระดับกึ่งทางการ
         ชาวไวกิ้ง หรือที่เรารู้กันตามประวัติศาสตร์ว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวสแกนดิเนเวียและ
ชนเผ่าเยอรมนิกทั้งหลายในยุโรป      มักจะถูกเข้าใจผิดกันมานานแล้วว่าเป็นโจรสลัด คนป่าเถื่อน
ร่างกายกำยำที่ชอบย่ำยีไปทั่วยุโรปและอีกบางส่วนของโลก      แต่ในความเป็นจริงแล้วคำว่า
"ไวกิ้ง"(Viking) ไม่ใช่ชื่อของชนเผ่า มันเป็นชื่อเรียกกิจกรรมของคนเชื้อสายเยอรมันโบราณเผ่า
     "นอร์ส"(Norse) ซึ่งย้ายถิ่นฐานจากตอนกลางของยุโรปไปอยู่ในบริเวณที่เป็นกลุ่มประเทศ
สแกนดิเนเวียเมื่อราว 1,000      ปีก่อนคริสตกาล …
     (สรศักดิ์ สุบงกช,2547,หน้า 28)

     3. ระดับสนทนาหรือระดับกันเอง การใช้ภาษาระดับนี้จะใช้กับกลุ่มบุคคลที่สนิทสนม
คุ้นเคยกัน เช่น การพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อน ครอบครัว


ตัวอย่างการใช้ภาษาระดับกันเอง

         ด้วยความที่ต้องการภาพดีๆมาลงในฉบับนี้ คุณชนะศักดิ์ ชุมนุมวรรณ ช่างภาพของเรา
     ถึงกับลงทุนปีนต้นไม้เท้าเปล่า ขอย้ำนะครับว่าเท้าเปล่า
     ขึ้นไปถ่ายภาพบนต้นทองหลางที่ออกดอกไปพร้อมกันในช่วงที่เราไปถึงพอดี
     แต่ขอบอกไว้ว่าต้นทองหลางนี้เป็นต้นไม้ที่มีหนามแหลมคมอยู่ตามลำต้น ด้วยความเป็นห่วง
     ผมจึงถามคุณชนะศักดิ์ว่าจะใส่รองเท้าก่อนไหม เผื่อเป็นอะไร แต่ด้วยสายเลือดของช่างภาพ
      มืออาชีพ เขาบอกว่า "ไม่ต้อง      หนามแค่นี้ธรรมดาน้อง ซ้อมไว้ก่อน"
     ซ้อมไว้ทำไมพี่ (ชานนท์ เลิศบูรโณทัย,2547,หน้า 110)

ตัวอย่างการเปรียบเทียบระดับภาษา      

     การใช้ภาษาไม่ว่าระดับใดก็ตาม ต้องให้คนในกลุ่มสังคมนั้นสามารถสื่อสารกันได้เข้าใจ
และควรคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมกับกาลเทศะเป็นสำคัญ เพื่อให้กระบวนการสื่อสาร
เป็นไปอย่างราบรื่น เพราะมิเช่นนั้นภาษาอาจทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการสื่อสารได้ เนื่องจาก
ว่ามีความแตกต่างกันในการใช้ภาษา ซึ่งอาจเกิดจาก อายุและประสบการณ์ อาชีพ
การศึกษา ฐานะทางสังคม เพศ เป็นต้น
     การสื่อสารนั้น ภาษา เป็นสิ่งสำคัญมาก ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา เพราะต่างก็มี
ลักษณะที่ทำให้ความหมายต่างๆนั้นสามารถส่งไปถึงผู้รับสารและผู้ส่งสารเองได้ชัดเจนขึ้น
ดังนั้นภาษาที่ดีจึงมีส่วนช่วยให้การสื่อสารประสบความสำเร็จ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
(2538,หน้า 58) บรรยายเรื่อง "ภาษาดีมีอะไรเป็นเครื่องวัด" สรุปได้ว่า
ภาษาดีต้องดูว่าสามารถสื่อความหมายได้ตามที่ผู้เขียนต้องการ มีลีลางดงาม
โดยอาศัยกระบวนการสร้างภาษา

ปัจจัยที่กำหนดระดับภาษา
การใช้ภาษาระดับใดในการสื่อสารจึงจะเหมาะสมนั้นมีปัจจัยให้พิจารณาได้ดังนี้

1.สัมพันธภาพระหว่างบุคคล
ถ้าใช้ภาษาสื่อสารกับบุคคลที่มีความคุ้นเคย ใกล้ชิดสนิทสนมกันมากอาจใช้ภาษาระดับกันเอง
แต่ถ้าไม่คุ้นเคย ควรใช้ภาษาระดับสนทนา

2. กาลเทศะ
นอกจากคำนึงถึงสัมพันธภาพระหว่างบุคคลแล้ว ควรคำนึงถึงกาละ หรือโอกาส และเทศะ
หรือสถานที่ด้วย เช่น ผู้ที่เป็นเพื่อนสนิทสนมกันไปทัศนศึกษาที่วัดแห่งหนึ่ง ก็ไม่ควรใช้
ภาษาระดับกันเองที่ไม่สุภาพ

3. ลักษณะเนื้อหาของสาร
การใช้ภาษาระดับใดขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้อหาของสารที่ต้องการจะสื่อ ถ้าเนื้อหาเป็น
เ รื่องส่วนตัวก็อาจใช้ภาษา ระดับสนทนาหรือกันเอง แล้วแต่สัมพันธภาพ และกาลเทศะ
ดังที่กล่าวมาแล้ว

4. สื่อที่ใช้
ถ้าสื่อที่ใช้ส่งสารมิดชิด เช่น จดหมายปิดผนึก การจะใช้ภาษาระดับใดก็จะขึ้นอยู่กับ
สัมพันธภาพระหว่างบุคคล กาลเทศะ ลักษณะเนื้อหาของสาร


ลักษณะภาษาระดับต่าง ๆ
ภาษาที่ใช้ในระดับต่าง ๆ มีลักษณะแตกต่างกันดังนี้


1. ภาษาระดับพิธีการ
ผู้ส่งสารระดับพิธีการมักเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญต่าง ๆ ผู้รับสารเป็นบุคคลกลุ่มใหญ่อาจ
เป็นประชาชน ทั้งประเทศ เป็นผู้อยู่ในวงการเดียวกับผู้ส่งสาร หรือ ผู้ใต้บังคับบัญชา ส่งสารผ่าน
สื่อมวลชนหรือในที่ประชุม

2. ภาษาระดับทางการ
ผู้ส่งสารระดับนี้มักเป็นบุคคลในวงการหรือวงอาชีพเดียวกันกับผู้รับสาร สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่ง
สารและผู้รับ สารจึงเป็นไปในด้านการงานหรือธุรกิจ

3. ภาษาระดับกึ่งทางการ
ผู้ส่งสารกับผู้รับสารภาษาระดับนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับทางพิธีการ ทางวงการวิชาการ หรือวง
การอาชีพใด ๆ แต่เป็นบุคคลทั่ว ๆ ไป ลักษณะภาษาระดับนี้จึงลดความเป็นระเบียบลงบ้าง

4. ภาษาระดับสนทนาหรือระดับไม่เป็นทางการ
ผู้ส่งสารและผู้รับสารภาษาระดับนี้ มีสัมพันธภาพไกล้ชิดกว่าภาษาระดับกึ่งทางการ เช่น เป็นเพื่อ
ร่วมงานกัน ลักษณะภาษาระดับนี้จึงลดความเป็นระเบียบแบบแผนลงไปอีก

5. ภาษาระดับกันเอง
ผู้ส่งสารและผู้รับสารภาษาระดับนี้มีสัมพันธภาพใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก เช่น เป็นเพื่อสนิทกันมา
ตั้งแต่ชั้น มัธยมศึกษา เป็นญาติใกล้ชิดกัน ลักษณะภาษาระดับนี้จะมีการใช้คำแสดงสัมพันธภาพท
ี่อาจไม่สุภาพ เช่น มึง กู แก



     จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าในกระบวนการสื่อสารนั้น ต้อง
อาศัยภาษาเป็น เครื่องมือ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา เพื่อให้การสื่อสาร
ประสบความสำเร็จ และการสื่อสารจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัย
องค์ประกอบของการสื่อสารที่เหมาะสม เพราะทุกองค ์ประกอบ
ต่างก็เอื้อต่อกระบวนการสื่อสารด้วยกันทั้งสิ้น

ขอขอบคุณ
ขอขอบคุณ คุณครูสมบูรณ์ สิงหรา ที่ให้คำปรึกษาในการทำ งานชิ้นนี้ และขอขอบคุณข้อมูล
จากเว็บไซต์ ดังต่อไปนี้ ด้วยครับ
www.pcru.ac.th/~intanin/elearn/DREAM/seursan10.html
www.st.ac.th/bhatips/tip48/student48/radabpasa_student48.html
www.srp.ac.th/~anurat/step.htm

 

 

 

 
top